Translator: Cho
Original Post: http://www.bapyessirfansite.com/2013/10/bap-in-10asia10star-magazine-november.html
Part 1
B.A.P เราจะคอยเชียร์ลูกฟาสท์บอลที่พวกคุณได้ขว้างออกไปสู่โลกใบนี้
'สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือการไม่ใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร ใช่แล้ว อย่าใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสารกันเลย อย่าได้ทำ อย่าได้ทำเพราะเรามีทางเลือก นี่จะเป็นการตีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันจะให้แก่ชีวิตของฉันได้' ท่อนหนึ่งจากหนังสือเรื่อง ‘Beautiful Shade’ ได้ปรากฎขึ้นมาในใจหลังจากที่ได้พบกับ บังยงกุก ฮิมชาน แดฮยอน ยองแจ จงออบ และเซโล่ 6สมาชิกของB.A.Pที่ฉันได้ปลื้มหนุ่มน้อยพวกนี้มากเพราะเขานั้นดำเนินชีวิตในแต่ละวันอย่างถูกเท่าที่จะทำได้ ทั้งในทางดนตรีด้วย และยังทำงานหนักเพื่อที่จะไม่ใช้ชีวิตอย่างน่าละอาย
ในปี2012 เริ่มต้นเดบิวท์กับเพลง Warrior แสดงให้เห็นถึงคาริสม่าที่เปี่ยมล้นในฐานะนักรบ B.A.Pเริ่มสงครามต่อต้านอาชญากรรมและไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนเป็น "ตัวร้าย" ในมินิอัลบั้มที่สามล่าสุด Badman พวกเขายังได้เผยด้านเด็กหนุ่มด้วยอารมณ์หลากหลายที่เหมาะเจาะกับเมโลดี้แสนหวานในเพลง Coffee Shop ที่อยู่ในอัลบั้มเดียวกัน พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่มากมายในเกาหลีและต่างประเทศเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ พวกเขาก็มีทัวร์คอนเสิร์ตแปซิฟิคที่ไปรอบ1เมืองใหญ่ในอเมริกาและอีก5ประเทศในเอเชีย ในเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาเดบิวท์ในญี่ปุ่น ก็ได้วางแผนจะมีอารีน่าทัวร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ การที่มีเสน่ห์คนละขั้ว ทั้งเถื่อนทั้งอ่อนโยนภายในตัวนั้นสุดยอดมาก ตอนนี้พวกเขาคือวงไอดอลที่เดบิวท์มากว่า600วัน ตอนที่กำลังอยากรู้เกี่ยวกับการก้าวเดินแบบไม่ธรรมดาของB.A.P ฉันก็ได้พบกับพวกเขา ช่วงเวลาที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้บริเวณรอบๆสว่างไสวและได้ยินเสียงหัวเราะสดชื่นที่เติมเต็มทั้งห้อง ฉันก็รู้สึกถึงพลังงานด้านบวกอีกครั้งเมื่อพวกเขาทักทายฉันราวกับเคยเจอกันมาก่อนแล้ว ตอนนั้นพวกเขากำลังจะเดบิวท์ที่ญี่ปุ่นในอีกไม่กี่วัน เพราะต้องฝึกซ้อมและตารางงานมากมาย พวกเขาเลยได้นอนแค่วันละ2-3ชั่วโมง แต่B.A.Pก็ยังคงพูดคุยได้ด้วยดวงตาเปล่งประกาย มีหลายช่วงมากที่ฉันรู้สึกยินดีมากที่พวกเขาได้วางด้านผู้ชายสุดเถื่อนและมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวตนจริงๆของพวกเขา ระหว่างที่ได้ใช้เวลาสั้นๆแต่น่าประทับใจ "ช่วงพัก"นี้ กับเหล่าคนที่ทำงานอย่างหนัก เรื่องราวที่พวกเขาบอกเล่านั้นทั้งจริงจัง เรื่องเล็กๆน้อยๆ และซุกซน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นเรื่องราวที่มาจากใจจริงของพวกเขา
Q: ตอนที่ฉันพูดว่าจะไปเจอB.A.Pนะ มีบางคนที่ไม่ได้รู้เรื่องไอดอลเลยพูดว่า "หมายถึงวงที่ร้องเพลงCoffee Shopเหรอ?" (หัวเราะ) คงเป็นเพราะเพลงนี้ไปได้สวยในเพลงออนไลน์ ในคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ตอนที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาครั้งแรก ฉันคิดว่าวงB.A.Pเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะเพลงCoffee Shop
บังยงกุก: (ตอบทันที) หลายคนได้ฟังเพลงนี้ในร้านกาแฟครับ
ทุกคน: (หัวเราะ)
ยองแจ: เป็นเพลงที่เราชอบเหมือนกันครับ แล้วแฟนๆที่อายุมากกว่า20ก็ชอบด้วย มีหลายรายเลยที่เป็นผู้หญิงอายุมากกว่ามารู้จักB.A.PเพราะเพลงCoffee Shop
บังยงกุก: เพราะเรามีแฟนวัยรุ่นเยอะ ตอนที่ทำอัลบั้มBadman เราก็คิดว่าน่าจะทำเพลงที่ฟังได้หลายช่วงวัย เรารู้สึกขอบคุณที่ชอบกันครับ
Q: มันเป็นสิ่งที่คนทุกช่วงอายุในเกาหลีชอบนะ แต่ได้ยินว่าความนิยมในต่างประเทศของพวกคุณน่ะไม่ใช่เล่นๆเลยนะ ตอนที่เพลงเดบิวท์Warriorจะปล่อยออกมา คุณก็วางแผนจะมีอารีน่าทัวร์เริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว ปกติแล้วจะเริ่มต้นกันที่Zeppทัวร์ (T/N: ชื่อฮอลขนาดเล็กในญี่ปุ่นค่ะ) ต่อด้วยบุโดกัน แล้วค่อยเป็นอารีน่าทัวร์สำหรับขนาดคอนเสิร์ต พวกคุณเริ่มที่อารีน่าทัวร์เลยได้อย่างไร?
แดฮยอน: (เหตุผลที่เราเริ่มอารีน่าทัวร์ได้เลยเพราะว่า) แฟนๆในญี่ปุ่นชอบคอนเซ็ปต์กับแนวทางของเราจริงๆครับ ผมว่ามันเป็นได้ไปก็เพราะเขาได้เห็นว่าพวกเรามีบางอย่างที่ต่างจากวงอื่นๆ
Q: ฉันได้ดูการแสดงของมินิอัลบั้มBadmanที่พวกคุณเพิ่งจบการโปรโมตไปเมื่อไม่นาน เปรียบเทียบกับตอนเดบิวท์แล้วสมาชิกแต่ละคนโดดเด่นกันจริงๆเลยนะ
แดฮยอน: (เปรียบเทียบกับเมื่อตอนเพิ่งเดบิวท์) เรากำลังมองหาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวและโชว์มันออกมาครับ
ฮิมชาน: ตอนนี้ก็ดีนะครับที่มองเห็นเราทุกคนแล้ว (หัวเราะ)
Q: เพราะยงกุกเป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มBadmanนี้ด้วย ฉันเลยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยนะที่จะไม่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเวลากำลังทำงานอยู่ เขียนเพลงกับแต่งเพลงนั้นแค่ต้องหล่อหลอมตัวเองให้สร้างมันขึ้นมา แต่มันต้องแตกต่างแน่ๆเมื่อต้องควบคุมทั้งอัลบั้ม
บังยงกุก: ผมว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆครับสำหรับอัลบั้มนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ส่วนที่ดีที่สุดคือมันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำทุกอย่าง ตอนที่ผมทำแต่ละส่วนของอัลบั้มผมก็คิดว่าอัลบั้มที่ดีขึ้นกำลังจะมาแล้วนะ ผมได้ทำเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จครับ (หัวเราะ)
Q: คุณเป็นคนแบบไหนตอนที่เขียนเพลง? มันยากนะที่จะเขียนทุกเพลงในอัลบั้มของB.A.P คุณเป็นประเภทที่ต้องเช็คข่าวสารนานๆครั้งแล้วจดบันทึกไว้หรือเปล่า? หรือแค่บอกตัวเองว่า "ฉันต้องทำงานแล้วล่ะ" แล้วก็เขียนทุกอย่างลงไปในครั้งเดียวเลย?
บังยงกุก: ผมจะทำงานในเวลาที่อยากทำครับ ปกติแล้วผมจะคุยกับนักแต่งเพลง และเวลาเราตัดสินใจจะทำเรื่องนี้ เราก็จะทำงานกันในเรื่องนี้ แล้วก็ตอนที่อยากจะเขียนเพลงมันก็จะมีอะไรหลายอย่างที่ต้องรู้ ผมก็จะพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับมันเยอะๆครับ ผมพยายามดูรูปเยอะๆ ดูข่าวเยอะๆ แล้วก็อ่านหนังสือเยอะๆ มันมีความหมายกับผมมากที่จะมีเวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆเพื่อ "สร้างสรรค์" ขึ้นมาครับ
Q: คุณไม่อ่าน แต่พยายามจะอ่านสินะ? (หัวเราะ)
บังยงกุก: เป็นเพราะผมอ่านบ่อยๆไม่ได้น่ะครับ แต่ผมก็พยายามนะ (หัวเราะ) ปกติผมจะทำงานตอนกลางคืน เพราะผมนอนดึก
ฮิมชาน: ผมเห็นเขาทำงานครับ ยงกุกทำงานเร็วมาก ผมว่าการทำงานเมื่ออยากทำเนี่ยดีที่สุดแล้ว
Q: ใช่เลย ไม่ใช่ว่ามีคนมาบอก "ทำงานได้แล้วนะ" แล้วผลงานจะออกมาได้เลย
บังยงกุก: ก่อนหน้านี้ผมทำงานเพลงเดี่ยวของ(ซง)จีอึนเพลง Going Crazy คอนเซ็ปต์คือเป็นสตอล์คเกอร์(พวกโรคจิตตามติดชีวิตคนอื่น) ผมไม่อยากทำเลยครับ (หัวเราะ) เพราะผมกังวลเรื่อง 'หลังจากนี้เราจะเดบิวท์กับวงB.A.Pแล้วนะ' เพราะงั้นมันเลยใช้เวลานานกว่าผลงานจะออกมา ผมเคยบอกฮิมชานที่เป็นเด็กฝึกเหมือนกับผมตอนนั้นว่า "นายเขียนสิ" ฮิมชานชอบอะไรแบบนั้นน่ะครับ
ทุกคน: (หัวเราะ)
ฮิมชาน: แต่สุดท้ายมันก็ออกมาดีนะครับ
บังยงกุก: อย่าไปคิดว่าจะได้อะไรดีๆจากการทำอะไรเร็วๆ แต่คิดถึงผลที่จากการทำงานอย่างหนักให้มาก
Q: ตั้งแต่เดบิวท์ มีความเปลี่ยนแปลงมากมายในแนวเพลงหรือธีมเพลงของB.A.Pที่ได้ทำออกมา แต่เพลงไตเติ้ลนั้นยังชัดเชนและทรงพลัง เป็นเพราะว่าคุณคิดว่าเพลงนั้นจะต้องมี "บทบาท" อะไรหรือเปล่า?
บังยงกุก: เราไม่ได้จะโชว์ว่าเราแตกต่างหรืออะไรนะครับ แต่เราหวังว่าเพลงของB.A.Pจะไม่ใช่เป็นแค่เพลงธรรมดาๆที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปตามเวลาและกระแสแนวดนตรี ผมทำเพลงโดยคิดว่าทำอย่างไรเพลงของพวกเราทั้งหกจะแสดงเรื่องราวไม่เพียงแก่เหล่าคนรุ่นเยาว์แต่ยังเป็นเพลงที่คนจำนวนมากฟังได้ เพราะงั้นผมเลยอยากจะทำเพลงที่ผมคิดว่าเป็นเพลงที่ดีแม้ว่าเวลาจะผ่านไปครับ ผมก็ยังทำงานหนักเพื่อทำเพลงสร้างรายได้และเป็นสิ่งที่แฟนๆชอบด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งแรกที่ผมคิดก็คือทำเพลงที่มีความหมายและความสำคัญ ผมว่านี่จะเป็นที่ที่ให้พวกเราทั้งหกได้ทำเพลงที่ดีขึ้นๆ ผมว่าเพราะแบบนี้แหละ ผมจะทำงานหนักเพื่อทำเพลงที่มีข้อความแฝงอยู่ด้วย
Q: นี่คงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันยังฟังเพลงในอัลบั้มเดบิวท์ได้ไม่เบื่อเลย
บังยงกุก: ขอบคุณที่ฟังบ่อยๆนะครับ (หัวเราะ)
Q: บังยงกุกกับเซโล่มีส่วนสำคัญมากให้การสร้างสีสันอย่างไม่เหมือนใครให้กับเพลงของB.A.P แต่นักร้องหลัก แดฮยอนกับยองแจก็มีส่วนมากเช่นกัน มีเรื่องกังวลอะไรในฐานะนักร้องหลักไหม?
แดฮยอน: ถ้าได้ฟังเพลงทั้งหมดของB.A.Pคุณก็จะรู้ครับ แต่ว่าสำหรับผม เสียงของผมให้ความรู้สึกเดียวกัน... (หัวเราะ) ผมได้ศึกษาหลายอย่างและฝึกฝนเพื่อโชว์ด้านที่แตกต่างของตัวเองครับ ผมฟังเพลงแจ็ส ร็อค ฮาร์ดร็อค R&B แล้วก็อีกหลายแนวเพลงครับ
ยองแจ: ผมก็ทำงานหนักเพื่อนที่จะเป็นนักร้องที่เหมาะสมกับแนวเพลงที่พวกเราสร้างขึ้นครับ ผมอยากจะโชว์สีสันของผมเองในฐานะนักร้อง และผมเองก็ฟังเพลงหลายแนวครับ
Q: ฉันว่าเสียงของแดฮยอนเป็นแนวร็อคนะ ยองแจมีเสียงที่รู้สึกนุ่มนวลแต่ก็หยาบนิดๆ พวกคุณทั้งเหมือนและต่างกัน
แดฮยอน: ผมว่าก็เป็นอย่างนั้นตอนเราร้องเพลงนะครับ ตอนผมเริ่มร้องเพลงผมไม่ใช่นักร้องแบบนี้เลย เสียงก็ไม่ดัง การออกเสียงก็ไม่ดี แล้วผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันด้วย ผมไม่ได้แข็งแรงด้วย แต่พอร้องเพลงของB.A.P ผมก็กลายเป็นแบบนี้ครับ ตอนนี้เพราะผมทำได้แล้ว ผมคิดว่าจะต้องมองหาอะไรใหม่ๆ อย่างยองแจ เขาชอบเพลงของคนผิวดำแล้วก็แนวR&B ส่วนผมจะชอบฟังเพลงฮิตเยอะเลย ผมว่านั่นเป็นเหตุผลที่การร้องและลักษณะทางดนตรีของเราต่างกันครับ
ยองแจ: ผมว่าเราพยายามที่จะไม่เหมือนกันนะ ในB.A.Pจะมีสิ่งที่แดฮยอนทำได้ดี แล้วก็สิ่งที่ผมทำได้ดี เพราะงั้นถ้าเราเหมือนกันมากไปก็ไม่รู้จะมีนักร้องหลักสองคนไปทำไมนะครับ แดฮยอนฝึกฝนในสิ่งที่เขาเก่ง ผมก็ฝึกในส่วนที่ผมเก่งครับ
Q: จงออบที่รับหน้าที่เต้นก็ร้องเพลงเก่งขึ้นมากเลยนะ
จงออบ: ผมฝึกอยู่เยอะครับ (หัวเราะ)
Q: เดือนมีนาคมที่แล้ว ใน KBS ‘Open Concert’ ตอนที่คุณแสดงเพลง ‘Don’t Leave Me’ ฉันได้ยินเสียงจงออบชัดมาก เสียงเพราะมากจริงๆ ตกใจเลยล่ะ (หัวเราะ)
แดฮยอน: พอแฟนๆได้ดูวิดิโอ พวกเขาก็คอยบอกว่า "ทำไมจงออบไม่มีท่อนร้องล่ะ?" แล้วก็คอยผลักดันตั้งแต่ตอนนั้นครับ (หัวเราะ) แทนที่จะเป็นแนวเพลงเกาหลี เสียงของเขาจะเหมาะกับแนวป๊อบหรือR&Bมากกว่า
ยองแจ: เป็นเสียงแบบที่ผมอยากได้เลยล่ะ
Q: แต่จงออบจะเขินหรือเปล่า? เพราะที่ผ่านมาคุณชินกับการแสดงออกด้วยร่างกายมากกว่าคำพูดนะ?
จงออบ: ในการแสดงบนเวทีหรือที่ที่มีการวางแผนไว้ก่อนแล้ว ถ้าเป็นที่ที่ผมรู้ว่าจะแสดงออกยังไง ผมก็จะทำได้ดีครับ แต่ถ้าไม่ ผมก็จะเก้ๆกังๆไป
Q: ล่าสุดในดีวีดี‘B.A.P 1st ADVENTURE: 10,000 Miles in America’ก็ได้ออกมาแล้ว ฉันเห็นจงออบกับเซโล่เต้นแข่งกับคนที่อเมริการะหว่างการถ่ายทำMV Coffee Shop
บังยงกุก: (ทำตาโต) เห็นด้วยหรือครับ?
ทุกคน: (ปรบมือ) โอ้ววว!
ยองแจ: เห็นทุกอย่างเลยเหรอครับ? (หัวเราะ)
บังยงกุก: ผมได้อยู่นิดหน่อยตอนนั้น และเพิ่งดูจบเมื่อวานนี้ ทำได้ดีมากเลยครับ มันสนุกดีเพราะเหล่าสมาชิกอายุน้อยๆ ผมไม่รู้มาก่อนว่าเซโล่จะพูดมาก เขาเหมือนดาราดังเลยนะ (หัวเราะ) แต่ช่วงที่พวกเขาเต้นที่ออกมาในดีวีดีเป็นช่วงที่เขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จะมีช่วงที่เขาทำได้ดีแต่มันอยู่ในคลิปนั้น พวกเขาทำได้ดีกว่าในวิดิโอมากครับ
Q: การเต้นแข่งไม่ได้โชว์ให้เห็นหมดเหรอ? อยากเห็นอีกจัง (หัวเราะ)
ยองแจ: ใช่ครับ เพราะจงออบกับเซโล่เต้นเก่งที่สุดในB.A.P ผมหวังว่าพวกเขาจะเต้นได้ดีขึ้นในที่อื่นๆด้วย มีหลายครั้งที่มีคนบอกว่าB.A.Pต้องเต้นเก่งแน่ๆหลังจากได้เห็นสองคนนี้เต้น ผมเลยหวังไว้กับพวกเขา แต่ครั้งนี้น้องเล็กสองคนทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอผมถามเขาบอกว่าเพราะเสื้อผ้าทำให้เต้นไม่สะดวกครับ
จงออบ: เป็นเสื้อผ้าใหม่ครับแล้วรองเท้าก็แพงมาก (หัวเราะ) ผมอยากจะเต้นสนุกๆกับคนดำหรือแดนเซอร์ที่อเมริกามาตลอด เป็นเหมือนความใฝ่ฝันน่ะครับ ผมก็อยากจะสนุกกับพวกเขา แต่รองเท้ามันแพง... (หัวเราะ) ผมหมุนตัวเพื่อทำท่าโธมัสแต่ผมก็พยายามที่จะไม่ให้รองเท้าเปื้อนด้วย อ้า น่าสงสารจังนะ
ทุกคน: (หัวเราะลั่น)
แดฮยอน: รองเท้าแพงจริงๆครับ (หัวเราะ) ตอนผมดูอยู่ด้านหลัง เพราะผมตื่นเต้นเลยเชียร์ให้พวกเขาชนะพวกคนผิวดำให้ได้ แต่ดูเหมือนว่าจงออบจะทำได้ไม่ดีอย่างเคยผมเลยเรียกให้เขามาเปลี่ยนรองเท้ากับผม พวกเขาเลยทำได้ดีขึ้น แต่ว่าไม่ได้มีในดีวีดีครับ
Q: มีเรื่องสุดยอดของแดฮยอนในดีวีดีด้วยนะ ช่วงที่น่าจดจำเป็นตอนที่คุณถ่ายMVแล้วก็มองดูบ้านสวยๆแล้วบอกว่าอยู่บ้านแบบนั้นกับภรรยาและลูกเหมือนเป็นความฝันของคุณเลย ในโรงแรมสุดหรูในลาสเวกัส คุณก็พูดว่าอยากจะมาที่นี่อีกสักครั้งกับครอบครัว คุณพูดเรื่องครอบครัวและการมีครอบครัวเยอะเลยนะ
แดฮยอน: ส่วนมากผมจะมีกล้องไว้กับตัวเพราะผมสนิทกับตากล้องครับ ผมตามเขาไปหลายที่เลย ผมว่านั่นคือเหตุผลที่มีช่วงของผมเยอะ (หัวเราะ) แล้วก็ ตอนผมยังเด็ก ครอบครัวผมมักจะมารวมตัวกับเสมอ ช่วงวันหยุดหรือวันเกิดคุณย่า ทั้งครอบครัวก็จะมารวมตัวกัน ผมเลยชอบไปไหนกับครอบครัวครับ ตอนเด็กๆเรามารวมตัวกันเพราะพวกผู้ใหญ่ต้องการ แต่ตอนนี้เพราะมันยากที่จะเจอผม พวกเขาเลยมารวมตัวกันเพราะผมครับ ผมรู้สึกขอบคุณผมเลยพยายามจะไปมากขึ้นครับ ผมได้พับพวกเขาในช่วงชูซอกนี้ด้วย
ยองแจ: ทุกครั้งที่เรามีคอนเสิร์ตหรือการแสดง แดฮยอนจะเชิญครอบครัวมาราวๆ30คนเลยครับ (หัวเราะ)
Q: ทุกคนได้หยุดในช่วงชูซอกนี้หรือเปล่า?
ยองแจ: ช่วง1วัน2คืน สมาชิกแต่ละคนก็ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวครับ เราทานข้าว แพนเค้ก แล้วก็พูดคุยกัน
ฮิมชาน: ตอนผมกลับบ้านช่วงชูซอก แม่ผมบอกว่าเราจะดูดีวีดีก็เลยดูกันครับ แล้ววันถัดมาจนถึงตอนนี้เราก็ทำงานตามตารางงานตลอดครับ (หัวเราะ)
Q: ถ้างั้นคุณก็ได้ดูรายการพิเศษช่วงชูซอกอย่าง กีฬาสีไอดอลของช่องMBCด้วยกันสินะ วันนั้นB.A.Pมีบทบาทมากเลยนะ แต่ส่วนที่ไม่ได้ออกอากาศสิน่าประทับใจกว่า สมาชิกแต่ละคนต่างถือถุงพลาสติกเก็บขยะกัน
แดฮยอน: อืม.. เราทำเป็นประจำครับ แต่ก็มีบางคนที่คิดว่าเราจงใจทำขึ้นมา เราเลยระวังไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้ครับ แต่เราต้องเก็บกวาดสิ่งที่ทานอยู่แล้ว อีกอย่างคือ ถ้าเราเก็บเฉพาะขยะของตัวเอง เราก็จะถูกถามว่าทำไมถึงเก็บเฉพาะของตัวเองครับ
Q: นั่นเพราะพวกคุณมีจิตใจดีกันไง แต่ถ้าเป็นเรื่องธรรมดาแล้วทำไมต้องมากังวลสิ่งที่จะพูดด้วยล่ะ?
เซโล่: เราทำเพราะถ้าไม่ทำจะรู้สึกผิดน่ะครับ
ยองแจ: มีหลายคนที่พูดแย่ๆเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ก็มีคนที่พูดว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน แฟนๆเองก็ต่างก็เก็บขยะของตัวเองหลังจากได้เห็นเราทำ เราก็ได้เห็นและเรียนรู้ครับ
ฮิมชาน: เราต่างมีอิทธิพลต่อกันและกันกับแฟนๆครับ (หัวเราะ)
Q: พอมาคิดดูแล้ว เดือนพฤษภาคมนี้ตอนวันเด็ก จำได้ว่าบังยงกุกถามแฟนๆ เรื่องที่ถามว่าคุณจะบริจาคตุ๊กตาที่แฟนๆให้มาให้กับบ้านเด็กกำพร้าได้หรือเปล่า
บังยงกุก: แฟนๆให้ทิกเกอร์เป็นของขวัญมาเยอะมากครับ (เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นตุ๊กตาที่ยงกุกชอบตอนเด็กๆ) เพราะแฟนๆให้มาผมเลยอยากจะเก็บไว้ทั้งหมด แต่เพราะเตียงของผมดูเหมือนโดนยิงพรุน จะเอาไว้เตียงของสมาชิกคนอื่นก็ไม่ได้ผมรู้สึกไม่ดี ผมเคยเอาทิกเกอร์ไว้ที่บริษัทด้วย แต่...มันมีเยอะมากแล้วก็เริ่มกินที่ทำงานของพวกพนักงานด้วย อีกอย่างมันจะดีกว่าถ้าตุ๊กตามีเจ้าของที่ดีแล้วก็ได้รับความรัก เพราะงั้นตอนใกล้จะถึงวันเด็ก ผมเลยตัดสินใจจะส่งตุ๊กตาให้เด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้าที่เราช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่แฟนๆให้มา ผมเลยถามเขาก่อนครับ
Q: ในโพสนั้นคุณบอกว่า "ตุ๊กตาเหล่านี้ที่เป็นสำลีและด้าย จะกลายเป็นสิ่งที่เอาไว้แอบอิงสำหรับบางคนในมุมหนึ่งของหัวใจเขา..." เป็นคำพูดเรียบๆที่ไม่ใช่ภาษาสวยหรูแต่ให้อารมณ์มากมายเลย
บังยงกุก: (หัวเราะเขินๆ) คุณเขียนลงไปด้วยเหรอครับ? ผมไม่ได้เรียนการเขียนอย่างเป็นทางการ เลย.. มีบางเวลาที่ผมพูดอะไรแปลกๆ ไวยากรณ์ก็ไม่ใช่ไวยากรณ์เกาหลี เลยยิ่งประหลาดกว่าเดิม เพราะผมเรียนภาษาอังกฤษอยู่ตอนนั้นด้วยครับ (หัวเราะ) ผมเขียนเหมือนแปลจากกูเกิ้ล ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงดี มีบางส่วนที่คนเก่งๆจะเห็นได้ว่ามันไม่ค่อยเมคเซ้นส์ครับ
Q: ไม่ต้องสนใจเรื่องไวยากรณ์หรอก แต่มีท่อนที่ทำให้คนประทับใจ พลังแบบนั้นมาจากไหนหรือ?
บังยงกุก: แน่ใจเหรอครับ? (หัวเราะ) ผมจะสะท้อนสิ่งที่หลายคนคิดว่าดูเด็กๆน่ะครับ อย่างเช่นพูดว่า "ฉันรักคุณ" ฟังดูเด็กๆ หรือการกระทำบางอย่างดูเด็ก มันจะมีระยะที่คนอื่นเห็นว่าเป็นเด็กๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันสวยงามด้วยครับ การถามแฟนๆว่าจะส่งตุ๊กตาไปให้บ้านเด็กกำพร้าอาจจะฟังดูเป็นเด็กๆสำหรับคนคนหนึ่ง แต่ผมว่าอะไรเด็กๆแบบนี้จะมองว่าสวยงามก็เมื่อพูดออกมาอย่างจริงจังครับ ผมเลยพูดอย่างจริงจังกับแฟนๆ ผมว่านั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น (หัวเราะ)
Original Post: http://www.bapyessirfansite.com/2013/10/bap-in-10asia10star-magazine-november.html
©BangzeloDAY_BAP
Part 1
B.A.P เราจะคอยเชียร์ลูกฟาสท์บอลที่พวกคุณได้ขว้างออกไปสู่โลกใบนี้
'สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือการไม่ใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร ใช่แล้ว อย่าใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสารกันเลย อย่าได้ทำ อย่าได้ทำเพราะเรามีทางเลือก นี่จะเป็นการตีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันจะให้แก่ชีวิตของฉันได้' ท่อนหนึ่งจากหนังสือเรื่อง ‘Beautiful Shade’ ได้ปรากฎขึ้นมาในใจหลังจากที่ได้พบกับ บังยงกุก ฮิมชาน แดฮยอน ยองแจ จงออบ และเซโล่ 6สมาชิกของB.A.Pที่ฉันได้ปลื้มหนุ่มน้อยพวกนี้มากเพราะเขานั้นดำเนินชีวิตในแต่ละวันอย่างถูกเท่าที่จะทำได้ ทั้งในทางดนตรีด้วย และยังทำงานหนักเพื่อที่จะไม่ใช้ชีวิตอย่างน่าละอาย
ในปี2012 เริ่มต้นเดบิวท์กับเพลง Warrior แสดงให้เห็นถึงคาริสม่าที่เปี่ยมล้นในฐานะนักรบ B.A.Pเริ่มสงครามต่อต้านอาชญากรรมและไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนเป็น "ตัวร้าย" ในมินิอัลบั้มที่สามล่าสุด Badman พวกเขายังได้เผยด้านเด็กหนุ่มด้วยอารมณ์หลากหลายที่เหมาะเจาะกับเมโลดี้แสนหวานในเพลง Coffee Shop ที่อยู่ในอัลบั้มเดียวกัน พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่มากมายในเกาหลีและต่างประเทศเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ พวกเขาก็มีทัวร์คอนเสิร์ตแปซิฟิคที่ไปรอบ1เมืองใหญ่ในอเมริกาและอีก5ประเทศในเอเชีย ในเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาเดบิวท์ในญี่ปุ่น ก็ได้วางแผนจะมีอารีน่าทัวร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ การที่มีเสน่ห์คนละขั้ว ทั้งเถื่อนทั้งอ่อนโยนภายในตัวนั้นสุดยอดมาก ตอนนี้พวกเขาคือวงไอดอลที่เดบิวท์มากว่า600วัน ตอนที่กำลังอยากรู้เกี่ยวกับการก้าวเดินแบบไม่ธรรมดาของB.A.P ฉันก็ได้พบกับพวกเขา ช่วงเวลาที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้บริเวณรอบๆสว่างไสวและได้ยินเสียงหัวเราะสดชื่นที่เติมเต็มทั้งห้อง ฉันก็รู้สึกถึงพลังงานด้านบวกอีกครั้งเมื่อพวกเขาทักทายฉันราวกับเคยเจอกันมาก่อนแล้ว ตอนนั้นพวกเขากำลังจะเดบิวท์ที่ญี่ปุ่นในอีกไม่กี่วัน เพราะต้องฝึกซ้อมและตารางงานมากมาย พวกเขาเลยได้นอนแค่วันละ2-3ชั่วโมง แต่B.A.Pก็ยังคงพูดคุยได้ด้วยดวงตาเปล่งประกาย มีหลายช่วงมากที่ฉันรู้สึกยินดีมากที่พวกเขาได้วางด้านผู้ชายสุดเถื่อนและมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวตนจริงๆของพวกเขา ระหว่างที่ได้ใช้เวลาสั้นๆแต่น่าประทับใจ "ช่วงพัก"นี้ กับเหล่าคนที่ทำงานอย่างหนัก เรื่องราวที่พวกเขาบอกเล่านั้นทั้งจริงจัง เรื่องเล็กๆน้อยๆ และซุกซน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นเรื่องราวที่มาจากใจจริงของพวกเขา
Q: ตอนที่ฉันพูดว่าจะไปเจอB.A.Pนะ มีบางคนที่ไม่ได้รู้เรื่องไอดอลเลยพูดว่า "หมายถึงวงที่ร้องเพลงCoffee Shopเหรอ?" (หัวเราะ) คงเป็นเพราะเพลงนี้ไปได้สวยในเพลงออนไลน์ ในคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ตอนที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมาครั้งแรก ฉันคิดว่าวงB.A.Pเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะเพลงCoffee Shop
บังยงกุก: (ตอบทันที) หลายคนได้ฟังเพลงนี้ในร้านกาแฟครับ
ทุกคน: (หัวเราะ)
ยองแจ: เป็นเพลงที่เราชอบเหมือนกันครับ แล้วแฟนๆที่อายุมากกว่า20ก็ชอบด้วย มีหลายรายเลยที่เป็นผู้หญิงอายุมากกว่ามารู้จักB.A.PเพราะเพลงCoffee Shop
บังยงกุก: เพราะเรามีแฟนวัยรุ่นเยอะ ตอนที่ทำอัลบั้มBadman เราก็คิดว่าน่าจะทำเพลงที่ฟังได้หลายช่วงวัย เรารู้สึกขอบคุณที่ชอบกันครับ
Q: มันเป็นสิ่งที่คนทุกช่วงอายุในเกาหลีชอบนะ แต่ได้ยินว่าความนิยมในต่างประเทศของพวกคุณน่ะไม่ใช่เล่นๆเลยนะ ตอนที่เพลงเดบิวท์Warriorจะปล่อยออกมา คุณก็วางแผนจะมีอารีน่าทัวร์เริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว ปกติแล้วจะเริ่มต้นกันที่Zeppทัวร์ (T/N: ชื่อฮอลขนาดเล็กในญี่ปุ่นค่ะ) ต่อด้วยบุโดกัน แล้วค่อยเป็นอารีน่าทัวร์สำหรับขนาดคอนเสิร์ต พวกคุณเริ่มที่อารีน่าทัวร์เลยได้อย่างไร?
แดฮยอน: (เหตุผลที่เราเริ่มอารีน่าทัวร์ได้เลยเพราะว่า) แฟนๆในญี่ปุ่นชอบคอนเซ็ปต์กับแนวทางของเราจริงๆครับ ผมว่ามันเป็นได้ไปก็เพราะเขาได้เห็นว่าพวกเรามีบางอย่างที่ต่างจากวงอื่นๆ
Q: ฉันได้ดูการแสดงของมินิอัลบั้มBadmanที่พวกคุณเพิ่งจบการโปรโมตไปเมื่อไม่นาน เปรียบเทียบกับตอนเดบิวท์แล้วสมาชิกแต่ละคนโดดเด่นกันจริงๆเลยนะ
แดฮยอน: (เปรียบเทียบกับเมื่อตอนเพิ่งเดบิวท์) เรากำลังมองหาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวและโชว์มันออกมาครับ
ฮิมชาน: ตอนนี้ก็ดีนะครับที่มองเห็นเราทุกคนแล้ว (หัวเราะ)
Q: เพราะยงกุกเป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มBadmanนี้ด้วย ฉันเลยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยนะที่จะไม่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเวลากำลังทำงานอยู่ เขียนเพลงกับแต่งเพลงนั้นแค่ต้องหล่อหลอมตัวเองให้สร้างมันขึ้นมา แต่มันต้องแตกต่างแน่ๆเมื่อต้องควบคุมทั้งอัลบั้ม
บังยงกุก: ผมว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆครับสำหรับอัลบั้มนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ส่วนที่ดีที่สุดคือมันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำทุกอย่าง ตอนที่ผมทำแต่ละส่วนของอัลบั้มผมก็คิดว่าอัลบั้มที่ดีขึ้นกำลังจะมาแล้วนะ ผมได้ทำเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จครับ (หัวเราะ)
Q: คุณเป็นคนแบบไหนตอนที่เขียนเพลง? มันยากนะที่จะเขียนทุกเพลงในอัลบั้มของB.A.P คุณเป็นประเภทที่ต้องเช็คข่าวสารนานๆครั้งแล้วจดบันทึกไว้หรือเปล่า? หรือแค่บอกตัวเองว่า "ฉันต้องทำงานแล้วล่ะ" แล้วก็เขียนทุกอย่างลงไปในครั้งเดียวเลย?
บังยงกุก: ผมจะทำงานในเวลาที่อยากทำครับ ปกติแล้วผมจะคุยกับนักแต่งเพลง และเวลาเราตัดสินใจจะทำเรื่องนี้ เราก็จะทำงานกันในเรื่องนี้ แล้วก็ตอนที่อยากจะเขียนเพลงมันก็จะมีอะไรหลายอย่างที่ต้องรู้ ผมก็จะพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับมันเยอะๆครับ ผมพยายามดูรูปเยอะๆ ดูข่าวเยอะๆ แล้วก็อ่านหนังสือเยอะๆ มันมีความหมายกับผมมากที่จะมีเวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆเพื่อ "สร้างสรรค์" ขึ้นมาครับ
Q: คุณไม่อ่าน แต่พยายามจะอ่านสินะ? (หัวเราะ)
บังยงกุก: เป็นเพราะผมอ่านบ่อยๆไม่ได้น่ะครับ แต่ผมก็พยายามนะ (หัวเราะ) ปกติผมจะทำงานตอนกลางคืน เพราะผมนอนดึก
ฮิมชาน: ผมเห็นเขาทำงานครับ ยงกุกทำงานเร็วมาก ผมว่าการทำงานเมื่ออยากทำเนี่ยดีที่สุดแล้ว
Q: ใช่เลย ไม่ใช่ว่ามีคนมาบอก "ทำงานได้แล้วนะ" แล้วผลงานจะออกมาได้เลย
บังยงกุก: ก่อนหน้านี้ผมทำงานเพลงเดี่ยวของ(ซง)จีอึนเพลง Going Crazy คอนเซ็ปต์คือเป็นสตอล์คเกอร์(พวกโรคจิตตามติดชีวิตคนอื่น) ผมไม่อยากทำเลยครับ (หัวเราะ) เพราะผมกังวลเรื่อง 'หลังจากนี้เราจะเดบิวท์กับวงB.A.Pแล้วนะ' เพราะงั้นมันเลยใช้เวลานานกว่าผลงานจะออกมา ผมเคยบอกฮิมชานที่เป็นเด็กฝึกเหมือนกับผมตอนนั้นว่า "นายเขียนสิ" ฮิมชานชอบอะไรแบบนั้นน่ะครับ
ทุกคน: (หัวเราะ)
ฮิมชาน: แต่สุดท้ายมันก็ออกมาดีนะครับ
บังยงกุก: อย่าไปคิดว่าจะได้อะไรดีๆจากการทำอะไรเร็วๆ แต่คิดถึงผลที่จากการทำงานอย่างหนักให้มาก
Q: ตั้งแต่เดบิวท์ มีความเปลี่ยนแปลงมากมายในแนวเพลงหรือธีมเพลงของB.A.Pที่ได้ทำออกมา แต่เพลงไตเติ้ลนั้นยังชัดเชนและทรงพลัง เป็นเพราะว่าคุณคิดว่าเพลงนั้นจะต้องมี "บทบาท" อะไรหรือเปล่า?
บังยงกุก: เราไม่ได้จะโชว์ว่าเราแตกต่างหรืออะไรนะครับ แต่เราหวังว่าเพลงของB.A.Pจะไม่ใช่เป็นแค่เพลงธรรมดาๆที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปตามเวลาและกระแสแนวดนตรี ผมทำเพลงโดยคิดว่าทำอย่างไรเพลงของพวกเราทั้งหกจะแสดงเรื่องราวไม่เพียงแก่เหล่าคนรุ่นเยาว์แต่ยังเป็นเพลงที่คนจำนวนมากฟังได้ เพราะงั้นผมเลยอยากจะทำเพลงที่ผมคิดว่าเป็นเพลงที่ดีแม้ว่าเวลาจะผ่านไปครับ ผมก็ยังทำงานหนักเพื่อทำเพลงสร้างรายได้และเป็นสิ่งที่แฟนๆชอบด้วยเหมือนกัน แต่สิ่งแรกที่ผมคิดก็คือทำเพลงที่มีความหมายและความสำคัญ ผมว่านี่จะเป็นที่ที่ให้พวกเราทั้งหกได้ทำเพลงที่ดีขึ้นๆ ผมว่าเพราะแบบนี้แหละ ผมจะทำงานหนักเพื่อทำเพลงที่มีข้อความแฝงอยู่ด้วย
Q: นี่คงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันยังฟังเพลงในอัลบั้มเดบิวท์ได้ไม่เบื่อเลย
บังยงกุก: ขอบคุณที่ฟังบ่อยๆนะครับ (หัวเราะ)
Q: บังยงกุกกับเซโล่มีส่วนสำคัญมากให้การสร้างสีสันอย่างไม่เหมือนใครให้กับเพลงของB.A.P แต่นักร้องหลัก แดฮยอนกับยองแจก็มีส่วนมากเช่นกัน มีเรื่องกังวลอะไรในฐานะนักร้องหลักไหม?
แดฮยอน: ถ้าได้ฟังเพลงทั้งหมดของB.A.Pคุณก็จะรู้ครับ แต่ว่าสำหรับผม เสียงของผมให้ความรู้สึกเดียวกัน... (หัวเราะ) ผมได้ศึกษาหลายอย่างและฝึกฝนเพื่อโชว์ด้านที่แตกต่างของตัวเองครับ ผมฟังเพลงแจ็ส ร็อค ฮาร์ดร็อค R&B แล้วก็อีกหลายแนวเพลงครับ
ยองแจ: ผมก็ทำงานหนักเพื่อนที่จะเป็นนักร้องที่เหมาะสมกับแนวเพลงที่พวกเราสร้างขึ้นครับ ผมอยากจะโชว์สีสันของผมเองในฐานะนักร้อง และผมเองก็ฟังเพลงหลายแนวครับ
Q: ฉันว่าเสียงของแดฮยอนเป็นแนวร็อคนะ ยองแจมีเสียงที่รู้สึกนุ่มนวลแต่ก็หยาบนิดๆ พวกคุณทั้งเหมือนและต่างกัน
แดฮยอน: ผมว่าก็เป็นอย่างนั้นตอนเราร้องเพลงนะครับ ตอนผมเริ่มร้องเพลงผมไม่ใช่นักร้องแบบนี้เลย เสียงก็ไม่ดัง การออกเสียงก็ไม่ดี แล้วผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันด้วย ผมไม่ได้แข็งแรงด้วย แต่พอร้องเพลงของB.A.P ผมก็กลายเป็นแบบนี้ครับ ตอนนี้เพราะผมทำได้แล้ว ผมคิดว่าจะต้องมองหาอะไรใหม่ๆ อย่างยองแจ เขาชอบเพลงของคนผิวดำแล้วก็แนวR&B ส่วนผมจะชอบฟังเพลงฮิตเยอะเลย ผมว่านั่นเป็นเหตุผลที่การร้องและลักษณะทางดนตรีของเราต่างกันครับ
ยองแจ: ผมว่าเราพยายามที่จะไม่เหมือนกันนะ ในB.A.Pจะมีสิ่งที่แดฮยอนทำได้ดี แล้วก็สิ่งที่ผมทำได้ดี เพราะงั้นถ้าเราเหมือนกันมากไปก็ไม่รู้จะมีนักร้องหลักสองคนไปทำไมนะครับ แดฮยอนฝึกฝนในสิ่งที่เขาเก่ง ผมก็ฝึกในส่วนที่ผมเก่งครับ
Q: จงออบที่รับหน้าที่เต้นก็ร้องเพลงเก่งขึ้นมากเลยนะ
จงออบ: ผมฝึกอยู่เยอะครับ (หัวเราะ)
Q: เดือนมีนาคมที่แล้ว ใน KBS ‘Open Concert’ ตอนที่คุณแสดงเพลง ‘Don’t Leave Me’ ฉันได้ยินเสียงจงออบชัดมาก เสียงเพราะมากจริงๆ ตกใจเลยล่ะ (หัวเราะ)
แดฮยอน: พอแฟนๆได้ดูวิดิโอ พวกเขาก็คอยบอกว่า "ทำไมจงออบไม่มีท่อนร้องล่ะ?" แล้วก็คอยผลักดันตั้งแต่ตอนนั้นครับ (หัวเราะ) แทนที่จะเป็นแนวเพลงเกาหลี เสียงของเขาจะเหมาะกับแนวป๊อบหรือR&Bมากกว่า
ยองแจ: เป็นเสียงแบบที่ผมอยากได้เลยล่ะ
Q: แต่จงออบจะเขินหรือเปล่า? เพราะที่ผ่านมาคุณชินกับการแสดงออกด้วยร่างกายมากกว่าคำพูดนะ?
จงออบ: ในการแสดงบนเวทีหรือที่ที่มีการวางแผนไว้ก่อนแล้ว ถ้าเป็นที่ที่ผมรู้ว่าจะแสดงออกยังไง ผมก็จะทำได้ดีครับ แต่ถ้าไม่ ผมก็จะเก้ๆกังๆไป
Q: ล่าสุดในดีวีดี‘B.A.P 1st ADVENTURE: 10,000 Miles in America’ก็ได้ออกมาแล้ว ฉันเห็นจงออบกับเซโล่เต้นแข่งกับคนที่อเมริการะหว่างการถ่ายทำMV Coffee Shop
บังยงกุก: (ทำตาโต) เห็นด้วยหรือครับ?
ทุกคน: (ปรบมือ) โอ้ววว!
ยองแจ: เห็นทุกอย่างเลยเหรอครับ? (หัวเราะ)
บังยงกุก: ผมได้อยู่นิดหน่อยตอนนั้น และเพิ่งดูจบเมื่อวานนี้ ทำได้ดีมากเลยครับ มันสนุกดีเพราะเหล่าสมาชิกอายุน้อยๆ ผมไม่รู้มาก่อนว่าเซโล่จะพูดมาก เขาเหมือนดาราดังเลยนะ (หัวเราะ) แต่ช่วงที่พวกเขาเต้นที่ออกมาในดีวีดีเป็นช่วงที่เขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จะมีช่วงที่เขาทำได้ดีแต่มันอยู่ในคลิปนั้น พวกเขาทำได้ดีกว่าในวิดิโอมากครับ
Q: การเต้นแข่งไม่ได้โชว์ให้เห็นหมดเหรอ? อยากเห็นอีกจัง (หัวเราะ)
ยองแจ: ใช่ครับ เพราะจงออบกับเซโล่เต้นเก่งที่สุดในB.A.P ผมหวังว่าพวกเขาจะเต้นได้ดีขึ้นในที่อื่นๆด้วย มีหลายครั้งที่มีคนบอกว่าB.A.Pต้องเต้นเก่งแน่ๆหลังจากได้เห็นสองคนนี้เต้น ผมเลยหวังไว้กับพวกเขา แต่ครั้งนี้น้องเล็กสองคนทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอผมถามเขาบอกว่าเพราะเสื้อผ้าทำให้เต้นไม่สะดวกครับ
จงออบ: เป็นเสื้อผ้าใหม่ครับแล้วรองเท้าก็แพงมาก (หัวเราะ) ผมอยากจะเต้นสนุกๆกับคนดำหรือแดนเซอร์ที่อเมริกามาตลอด เป็นเหมือนความใฝ่ฝันน่ะครับ ผมก็อยากจะสนุกกับพวกเขา แต่รองเท้ามันแพง... (หัวเราะ) ผมหมุนตัวเพื่อทำท่าโธมัสแต่ผมก็พยายามที่จะไม่ให้รองเท้าเปื้อนด้วย อ้า น่าสงสารจังนะ
ทุกคน: (หัวเราะลั่น)
แดฮยอน: รองเท้าแพงจริงๆครับ (หัวเราะ) ตอนผมดูอยู่ด้านหลัง เพราะผมตื่นเต้นเลยเชียร์ให้พวกเขาชนะพวกคนผิวดำให้ได้ แต่ดูเหมือนว่าจงออบจะทำได้ไม่ดีอย่างเคยผมเลยเรียกให้เขามาเปลี่ยนรองเท้ากับผม พวกเขาเลยทำได้ดีขึ้น แต่ว่าไม่ได้มีในดีวีดีครับ
Q: มีเรื่องสุดยอดของแดฮยอนในดีวีดีด้วยนะ ช่วงที่น่าจดจำเป็นตอนที่คุณถ่ายMVแล้วก็มองดูบ้านสวยๆแล้วบอกว่าอยู่บ้านแบบนั้นกับภรรยาและลูกเหมือนเป็นความฝันของคุณเลย ในโรงแรมสุดหรูในลาสเวกัส คุณก็พูดว่าอยากจะมาที่นี่อีกสักครั้งกับครอบครัว คุณพูดเรื่องครอบครัวและการมีครอบครัวเยอะเลยนะ
แดฮยอน: ส่วนมากผมจะมีกล้องไว้กับตัวเพราะผมสนิทกับตากล้องครับ ผมตามเขาไปหลายที่เลย ผมว่านั่นคือเหตุผลที่มีช่วงของผมเยอะ (หัวเราะ) แล้วก็ ตอนผมยังเด็ก ครอบครัวผมมักจะมารวมตัวกับเสมอ ช่วงวันหยุดหรือวันเกิดคุณย่า ทั้งครอบครัวก็จะมารวมตัวกัน ผมเลยชอบไปไหนกับครอบครัวครับ ตอนเด็กๆเรามารวมตัวกันเพราะพวกผู้ใหญ่ต้องการ แต่ตอนนี้เพราะมันยากที่จะเจอผม พวกเขาเลยมารวมตัวกันเพราะผมครับ ผมรู้สึกขอบคุณผมเลยพยายามจะไปมากขึ้นครับ ผมได้พับพวกเขาในช่วงชูซอกนี้ด้วย
ยองแจ: ทุกครั้งที่เรามีคอนเสิร์ตหรือการแสดง แดฮยอนจะเชิญครอบครัวมาราวๆ30คนเลยครับ (หัวเราะ)
Q: ทุกคนได้หยุดในช่วงชูซอกนี้หรือเปล่า?
ยองแจ: ช่วง1วัน2คืน สมาชิกแต่ละคนก็ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวครับ เราทานข้าว แพนเค้ก แล้วก็พูดคุยกัน
ฮิมชาน: ตอนผมกลับบ้านช่วงชูซอก แม่ผมบอกว่าเราจะดูดีวีดีก็เลยดูกันครับ แล้ววันถัดมาจนถึงตอนนี้เราก็ทำงานตามตารางงานตลอดครับ (หัวเราะ)
Q: ถ้างั้นคุณก็ได้ดูรายการพิเศษช่วงชูซอกอย่าง กีฬาสีไอดอลของช่องMBCด้วยกันสินะ วันนั้นB.A.Pมีบทบาทมากเลยนะ แต่ส่วนที่ไม่ได้ออกอากาศสิน่าประทับใจกว่า สมาชิกแต่ละคนต่างถือถุงพลาสติกเก็บขยะกัน
แดฮยอน: อืม.. เราทำเป็นประจำครับ แต่ก็มีบางคนที่คิดว่าเราจงใจทำขึ้นมา เราเลยระวังไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้ครับ แต่เราต้องเก็บกวาดสิ่งที่ทานอยู่แล้ว อีกอย่างคือ ถ้าเราเก็บเฉพาะขยะของตัวเอง เราก็จะถูกถามว่าทำไมถึงเก็บเฉพาะของตัวเองครับ
Q: นั่นเพราะพวกคุณมีจิตใจดีกันไง แต่ถ้าเป็นเรื่องธรรมดาแล้วทำไมต้องมากังวลสิ่งที่จะพูดด้วยล่ะ?
เซโล่: เราทำเพราะถ้าไม่ทำจะรู้สึกผิดน่ะครับ
ยองแจ: มีหลายคนที่พูดแย่ๆเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ก็มีคนที่พูดว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน แฟนๆเองก็ต่างก็เก็บขยะของตัวเองหลังจากได้เห็นเราทำ เราก็ได้เห็นและเรียนรู้ครับ
ฮิมชาน: เราต่างมีอิทธิพลต่อกันและกันกับแฟนๆครับ (หัวเราะ)
Q: พอมาคิดดูแล้ว เดือนพฤษภาคมนี้ตอนวันเด็ก จำได้ว่าบังยงกุกถามแฟนๆ เรื่องที่ถามว่าคุณจะบริจาคตุ๊กตาที่แฟนๆให้มาให้กับบ้านเด็กกำพร้าได้หรือเปล่า
บังยงกุก: แฟนๆให้ทิกเกอร์เป็นของขวัญมาเยอะมากครับ (เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นตุ๊กตาที่ยงกุกชอบตอนเด็กๆ) เพราะแฟนๆให้มาผมเลยอยากจะเก็บไว้ทั้งหมด แต่เพราะเตียงของผมดูเหมือนโดนยิงพรุน จะเอาไว้เตียงของสมาชิกคนอื่นก็ไม่ได้ผมรู้สึกไม่ดี ผมเคยเอาทิกเกอร์ไว้ที่บริษัทด้วย แต่...มันมีเยอะมากแล้วก็เริ่มกินที่ทำงานของพวกพนักงานด้วย อีกอย่างมันจะดีกว่าถ้าตุ๊กตามีเจ้าของที่ดีแล้วก็ได้รับความรัก เพราะงั้นตอนใกล้จะถึงวันเด็ก ผมเลยตัดสินใจจะส่งตุ๊กตาให้เด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้าที่เราช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่แฟนๆให้มา ผมเลยถามเขาก่อนครับ
Q: ในโพสนั้นคุณบอกว่า "ตุ๊กตาเหล่านี้ที่เป็นสำลีและด้าย จะกลายเป็นสิ่งที่เอาไว้แอบอิงสำหรับบางคนในมุมหนึ่งของหัวใจเขา..." เป็นคำพูดเรียบๆที่ไม่ใช่ภาษาสวยหรูแต่ให้อารมณ์มากมายเลย
บังยงกุก: (หัวเราะเขินๆ) คุณเขียนลงไปด้วยเหรอครับ? ผมไม่ได้เรียนการเขียนอย่างเป็นทางการ เลย.. มีบางเวลาที่ผมพูดอะไรแปลกๆ ไวยากรณ์ก็ไม่ใช่ไวยากรณ์เกาหลี เลยยิ่งประหลาดกว่าเดิม เพราะผมเรียนภาษาอังกฤษอยู่ตอนนั้นด้วยครับ (หัวเราะ) ผมเขียนเหมือนแปลจากกูเกิ้ล ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงดี มีบางส่วนที่คนเก่งๆจะเห็นได้ว่ามันไม่ค่อยเมคเซ้นส์ครับ
Q: ไม่ต้องสนใจเรื่องไวยากรณ์หรอก แต่มีท่อนที่ทำให้คนประทับใจ พลังแบบนั้นมาจากไหนหรือ?
บังยงกุก: แน่ใจเหรอครับ? (หัวเราะ) ผมจะสะท้อนสิ่งที่หลายคนคิดว่าดูเด็กๆน่ะครับ อย่างเช่นพูดว่า "ฉันรักคุณ" ฟังดูเด็กๆ หรือการกระทำบางอย่างดูเด็ก มันจะมีระยะที่คนอื่นเห็นว่าเป็นเด็กๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันสวยงามด้วยครับ การถามแฟนๆว่าจะส่งตุ๊กตาไปให้บ้านเด็กกำพร้าอาจจะฟังดูเป็นเด็กๆสำหรับคนคนหนึ่ง แต่ผมว่าอะไรเด็กๆแบบนี้จะมองว่าสวยงามก็เมื่อพูดออกมาอย่างจริงจังครับ ผมเลยพูดอย่างจริงจังกับแฟนๆ ผมว่านั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น (หัวเราะ)
©bapyessir.com #Sarah (English) | ©bapyessir.com #Cho (Thai)
©tenasia.co.kr
Part 2
Q: เซโล่โตขึ้นเยอะเลยนะเดี๋ยวนี้
เซโล่: ทำไรไม่ได้เลยครับแต่ก็คิดนะว่าผมเด่นมากไปหรือเปล่า
แดฮยอน: จริงๆนะครับ คงจะดีถ้าเซโล่ไม่ได้อยู่กับเรา เหมือนนายแบบเลย (หัวเราะ)
เซโล่: ไม่จริงน่า พวกฮยองก็สูงอยู่นะ ผมสูงขึ้นมากไปจนอยากจะซ่อนส่วนสูงเลย จะมีภาพลักษณ์ที่ผมต้องโชว์บนเวที แต่ผมว่าภาพลักษณ์ผมถูกทำลายเพราะความสูงนี่แหละ บางครั้งมันทำให้ผมอึดอัดครับ
ยองแจ: งั้นเราต้องสูงขึ้นสินะ (หัวเราะ)
Q: จากนี้พวกคุณต้องมาโฟกัสที่ท่าเต้นมากขึ้นสินะ
ยงกุก: มันไม่มีปัญหาจนกระทั่งBadman เซโล่สูงขึ้นมากจนกลายเป็นสิ่งที่เราต้องมาคิดกัน
จงออบ: ผมกดดันนะครับ เพราะผมกับเซโล่เต้นแถวเดียวกัน (หัวเราะ)
ทุกคน: (หัวเราะ)
เซโล่: จงออบฮยองแขนขายาว อยู่ข้างผมเขาดูไม่เตี้ยหรอกครับ
Q: นอกจากเรื่องความสูงแล้ว พวกคุณทุกคนดูเด็กขึ้นแล้วก็หล่อขึ้นจากตอนเดบิวท์นะ ถึงพวกคุณจะยังเด็กกันก็เถอะ
ยองแจ: ตอนเราถ่ายแบบใส่ชุดนักเรียน ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนักเรียนมากกว่า2-3ปีที่แล้วอีกครับ คงเพราะผมสีดำล่ะมั้ง (หัวเราะ)
ฮิมชาน: ยงกุกกับผมแก่แล้ว ปกติผมดูดีในชุดนักเรียนผมเลยค่อนข้างมั่นใจนะ แต่ผมว่าตอนถ่ายแบบผมดูแก่อะ หวังว่าคนดูจะไม่คิดว่าเราไม่เหมาะนะครับ ผมกังวลมากเพราะสีผมเป็นสีบลอนด์
ยงกุก: (มองฮิมชาน) ต้องให้ฉันพูดด้วยไหม? โนคอมเม้นท์นะ (หัวเราะ)
Q: (หัวเราะ) ช่วยบอกเรื่องที่ทำให้ดีใจหรือผิดหวังเกี่ยวกับการตัดสินใจอะไรบางอย่างในช่วงนี้ได้ไหม?
แดฮยอน: ผมไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมเวลาไปเราตามตารางงาน แต่ช่วงนี้ผมพึ่งจงออบ เป็นการตัดสินใจที่ดีมากเลยครับ เขากระตือรือร้นมากและฝึกซ้อมเยอะมาก ผมก็ฝึกกับเขาด้วย สนุกมากครับ
จงออบ: แดฮยอนฮยองมีพรสวรรค์ด้านการร้องเสียงโน้ตสูงๆมากครับ ผมว่านั่นเป็นวิธีที่เราจบการฝึกซ้อมครับ (หัวเราะ)
แดฮยอน: เราร้องเพลงเยอะมากๆตอนซ้อม แล้วก็มาจบที่เพลงแนวฮาร์ดร็อคตลอด เราจะร้องเพลงที่ต้องกรีดร้องเยอะๆ เราจะไม่กลับหอจนกว่าเสียงจะแหบครับ ตอนที่ทำแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนเราได้ฝึกมาพอแล้ว เหมือนกับฝึกเสียงของเราด้วยครับ (หัวเราะ)
Q: ว้าว คุณโหมฝึกซ้อมจนเสียงแหบเลยเหรอ?
ฮิมชาน: เร็วๆนี้เราได้แสดงเพลงExcuse Meบนเวที เป็นเพลงที่เยี่ยมมากที่จะให้ผู้ชมสนุกไปด้วย แต่ผมตื่นเต้นเกินไปจนทำเสียงหายหลังจากการแสดง อ้า ผมต้องควบคุมตัวเองหน่อยล่ะ
ยองแจ: ตอนเราร้องเพลงExcuse Me เขาตื่นเต้นเกินเหตุตลอดครับ แม้แต่ตอนซ้อมก็ด้วย! (หัวเราะ)
ยงกุก: ฮิมชานควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (หัวเราะ) คุมด้วยตัวเองไม่ได้
ทุกคน: (หัวเราะ)
ยองแจ: ฮิมชานฮยองต้องร้องแบบแข็งแรงๆสำหรับท่อนของเขา แต่เขาตื่นเต้นเกินเลยกลายเป็นกรีดร้องไป (หัวเราะ)
ฮิมชาน: ฉันนึกว่าพวกนายจะทำตามก็เลยทำแบบนั้น
ยองแจ: ถึงเราจะแสดงเพลงนี้ตามแบบที่แต่ละคนต้องการ แต่จะมีท่อนสั้นๆที่มีท่าเต้น แต่ฮิมชานฮยองตื่นเต้นเกิน เขาก็เต้นตามใจตัวเองมาหาผม ผมเลยเต้นให้เข้ากับเขาด้วย หลังจากการแสดงนั้น ยงกุกฮยองมาถามผมว่าผมไม่รู้วิธีเต้นเหรอ
ฮิมชาน: ยองแจกับผมตื่นเต้นกันระหว่างการซ้อมจนยงกุกถามว่า "พวกนายไม่รู้วิธีเต้นเหรอ?" เราตอบว่า "เปล่า.. ก็รู้ แต่แค่ตื่นเต้นเกินไปหน่อย.." (หัวเราะ)
ยองแจ: แต่ต้องขอบคุณฮิมชานฮยองนะครับ เราได้รับเสียงปรบมือจากคนที่ดูเราซ้อม ผมว่าพวกเขาก็ตื่นเต้นกับการแสดงของเราไปด้วย มันก็สักพักแล้วที่เราไม่ได้รับเสียงปรบมือตอนซ้อม
Q: แล้วเป็นอย่างไรบ้างในการแสดงจริง แสดงแบบที่ซ้อมเลยหรือเปล่า?
จงออบ: การแสดงจริงก็สนุกครับ แต่ยองแจฮยองบอกว่า "ฉันว่าตอนซ้อมสนุกกว่า"
ทุกคน: (หัวเราะพร้อมตบมือไปด้วย)
ยองแจ: ผมเหนื่อยจริงๆครับตอนนั้น เรารอกันนานมากแล้วการแสดงก็ดึกมาก
ฮิมชาน: ผมคลั่งตลอดเวลาเราแสดงเพลงนั้นจนเสียงหายเลยอะ ผมก็เสียใจอยู่นะ (หัวเราะ)
ยองแจ: แต่มันเป็นไลฟ์สด ถ้าไม่ได้ถูกถ่ายมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าเห็นในทีวีคุณจะคิดว่ามันเว่อร์ไป ผมว่าฮิมชานฮยองอาจจะอายถ้าได้ดู (หัวเราะ)
ฮิมชาน: เราแสดงในรายการ THE SHOW แต่ยังไม่ออกอากาศ
Q: เท่าที่ฟังอยู่เนี่ย ฉันเริ่มรู้สึกว่ายองแจก็ค่อนข้างไฮเปอร์นะ (หัวเราะ)
ยองแจ: เราสามคน (ฮิมชาน แดฮยอน ยองแจ) เป็นทรีโอ้ที่จะไฮเปอร์สุดๆบนเวทีครับ ตอนแดฮยอนตื่นเต้นเขาก็จะร้องท่อนของผมด้วย เราก็เลยร้องด้วยกัน ฮิมชานฮยองจะเสียงแหลมขึ้น ส่วนคนอื่น ยงกุกฮยอง จงออบ กับเซโล่ ก็จะเป็นเหมือนแกนกลางคอยนำเราบนเวทีครับ (หัวเราะ)
ฮิมชาน: จงออบเท่มากเลยในสถานการณ์แบบนั้น เขาจะทำให้ดีที่สุดในท่อนอื่นๆแทนของตัวเองเวลาเขาตื่นเต้น
ยองแจ: ระหว่างที่เราถ่ายทำมิวสิควิดิโอเขาเท่มากๆ แต่ท่อนของเขาเองไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอจบท่อนตัวเองเขาก็กลับมาเท่อีกครั้ง ผมเลยถามเขาไปว่า "ทำไมนายถึงต่างจังเวลาร้องท่อนตัวเองกับท่อนคนอื่น?" แล้วเขาตอบว่า "ผมไม่ค่อยเข้าใจเนื้อเพลง"
ทุกคน: (หัวเราะ)
จงออบ: เพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่น ผมจะคิดเรื่องท่อนของตัวเองตั้งแต่ก่อนเราจะเข้าไป แล้วก็ไม่ใช่การเต้นของผมด้วย
แดฮยอน: เพลงเกาหลีนายก็เป็นเหมือนกัน (หัวเราะ) เขาเหมือนว่าจะคิดว่าการร้องเพลงนั้นดูน่าอึดอัดสำหรับตัวเขาเองนะ เขาจะมั่นใจเรื่องเต้นมาก แต่พอร้องเพลง เขาจะต้องตั้งสมาธิกับการร้องมาก
ฮิมชาน: เราจะเน้นเรื่องการร้องสดมากเพราะเราเล่นคอนเสิร์ตเยอะ ผมคิดว่านั่นคือเหตุผลนะ เพราะเราโฟกัสเรื่องการร้องจนหยุดเต้น (หัวเราะ)
ยองแจ: แต่ตอนนี้เขาเก่งทุกอย่างแล้ว เท่ทุกอย่างเลย!
Q: ในรายการเพลงช่องเคเบิ้ล หัวหน้าวงถูกถามว่าจะทำอย่างไรหากมีเงินร้อยล้านดอลล่าร์ แล้วยงกุกตอบไปว่าเขาจะบริจาคให้กับการสร้างโรงเรียน
เซโล่: เราได้ให้สัมภาษณ์คล้ายๆกันมาก่อนครับ เราอยากจะสร้างโรงเรียนด้วยชื่อวงB.A.P
ยงกุก: เคยมีบัญชีที่เก็บเงินเพื่อสร้างโรงเรียนในชื่อเราครับ
Q: โอ้ จริงหรือ? แล้วเกิดอะไรกับเงินพวกนั้นล่ะตอนนี้?
ยงกุก: เราเอาไปซื้อโน้ตบุ๊คครับ (ทุกคนหัวเราะ) เราหาเงินเพื่อจุดประสงค์นั้น ผมเคยคิดว่าจะทำเงินมากๆและสร้างโรงเรียนในชื่อของเรา แต่เพราะว่าต้องออกอัลบั้มใหม่แล้วก็การเดินทาง เาเลยใช้ไปกับรายจ่ายส่วนตัวครับ (หัวเราะ)
จงออบ: เราจะทำเพลงเจ๋งๆด้วยโน้ตบุคนั้นครับ เพราะงั้นมาหาเงินกันเยอะๆและพยายามใหม่อีกครั้งเถอะ!
ทุกคน: หัวเราะ
ยงกุก: ผมต้องพูดความจริงละ ผมยังไม่ได้เริ่มทำเพลงเลยครับ เล่นแต่เกม (หัวเราะ) เราจะเริ่มเร็วๆนี้ครับ
จงออบ: ทันทีที่เราเล่นเกมนั้นจบ!
ฮิมชาน: เกมนั้นไม่มีจบนี่นา
ยองแจ: เป็นเกมที่ยงกุกฮยองเล่นมานานแล้วครับ ตอนนั้นเขาก็ติดแบบนี้ ยงกุกฮยองพูดตอนที่ซื้อมาว่าเขาจะโหลดแค่เกมเดียว แล้วฮิมชานฮยองก็บอกเขาว่า "ถ้านายโหลดเกมนั้นมา นายก็ไม่ได้ทำหรอกเพลงน่ะ"
ฮิมชาน: ผมเคยบอกเขาครั้งนึงว่า "ถ้าเกมนั้นมันหายไป ก็ให้สงสัยฉันไว้ก่อนได้เลยนะ" แล้วยงกุกก็ตอบ (พูดเลียนเสียงยงกุก) "รู้พาสเวิร์ดก่อนแล้วค่อยมาพูดเถอะ"
ทุกคน: (หัวเราะ)
Q: แล้วเกมนั้นจริงๆคือเกมอะไร?
ยงกุก: เป็นเกมที่ให้เราเป็นโค้ชทีมฟุตบอลครับ เพราะผมชอบออกกำลังกาย แต่ไม่เคลื่อนไหว (หัวเราะ) แค่วางแผนแล้วคอมพิวเตอร์ก็จะทำให้ ถ้าเบื่อแล้วผมจะเริ่มแต่งเพลงครับ ผมคิดว่าเก็บเงินเพื่อซื้อโน้ตบุ๊คเนี่ยเป็นความคิดที่ดีนะ (หัวเราะ)
Q: แล้วมักเน่ล่ะ เซโล่? ได้ตัดสินใจอะไรดีๆไปหรือเปล่า?
เซโล่: ไม่ใช่การตัดสินใจครับ แต่ผมสร้างนิสัยติดตัวที่ดีมากคือจดบันทึกในiPod ส่วนมากจากเป็นตอนที่เรานั่งรถ ผมจะเขียนทุกอย่างที่เข้ามาในหัวตอนมองวิวที่ผ่านไป รูปภาพ หรือแค่รถที่วิ่งผ่านไป มันกลายเป็นหัวข้อดีๆที่จะพูดถึงครับ ความรู้สึกในตอนนั้นก็จะกลับมาระหว่างที่คิด "เกิดเรื่องแบบนั้นนี่นา..."
ฮิมชาน: ผมก็ทำแบบเดียวกับเซโล่ครับ คำพูดดีๆที่จับใจผม แต่พอมาดูอีกที มันทำให้ขนลุกจนสุดท้ายผมต้องลบทิ้ง (หัวเราะ)
Q: เซโล่ใช้เวลาอยู่กับพวกฮยองมากกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน คุณรู้สึกเป็นภาระเพราะพวกฮยองหรือว่าต้องระวังกริยาหรือเปล่า?
ยองแจ: เซโล่เป็นแระเภทแสดงความรู้สึกออกมาครับ ผมเลยอยากจะแสดงให้เขาเห็นในฐานะฮยองที่ดีก็เพราะแบบนี้ แต่นิสัยเขาเปลี่ยนไป เขาเชื่อฟังแล้วก็เข้าใจอะไรมากขึ้น ผมเลยทำตัวสบายๆกับเขาได้
ฮิมชาน: ตอนยองแจแกล้งแหย่เซโล่ แต่ก่อนเขาจะแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้าเลย แต่เดี๋ยวนี้เขาจะแกล้งกลับ ผมเลยงงมากแล้วคิดว่า "โว้ว นี่มันอะไรล่ะเนี่ย?"
ทุกคน: (หัวเราะ)
ยองแจ: ตำแหน่งของเราเปลี่ยนไปแล้วครับ
เซโล่: ในทางที่ดีก็คือ ผมเข้าใจอะไรขึ้น แต่ถ้าในทางไม่ดีก็ ผมเจ้าเล่ห์มากขึ้นครับ (หัวเราะ)
Q: นั่นน่ะ "มักเน่ออนท็อป" สินะ?
เซโล่: เปล่าครับ แค่เป็นบางอย่างที่ผมเรียนรู้มาจากฮยอง
ฮิมชาน: ผมชอบเซโล่ตอนนี้มากกว่านะ
แดฮยอน: เขาพูดว่าเขาคิดว่าตัวเองเรียนรู้มาจากฮยองแหละ ฮึฮึฮึ
ทุกคน: (หัวเราะ)
ยองแจ: ไม่ได้พูดแบบนั้น แดฮยอน ฮิมชานฮยอง แล้วก็ผมปกติจะบอกน้องๆให้ทำอะไรนิดๆหน่อยๆให้ (อย่างเช่น เอานั่นมาจากห้องฉันให้หน่อยได้ไหม?) (หัวเราะ) เขาก็จะทำตามแล้วบอกว่า "ทำไมฮยองไม่ทำเองล่ะ" แต่เดี๋ยวนี้เขาไปทำให้เฉยๆ เราเลยขอให้ทำมากขึ้นอีก
ทุกคน: (ระเบิดหัวเราะ)
เซโล่: ยองแจฮยองไม่ใช่ประเภทที่จะขออะไรแบบนั้นนะครับ
ยองแจ: (ชี้ที่ฮิมชานกับแดฮยอน) พวกเขาจะเป็นคนขอให้ทำในสิ่งที่ผมจะไม่ทำ แต่ผมเป็นคนขอมากสุดหลังจากนั้น (หัวเราะ)
ยงกุก: ดูสิ เขาจำได้นะ ที่นายไม่ใช่คนที่จะขออะไรน่ะ (หัวเราะ)
เซโล่: นอกจากเรื่องนี้ ผมว่ามันน่าผิดหวังที่ผมเสียภาพลักษณ์ความสะเพร่าที่มักเน่ควรจะมี ถึงแม้ผมอยากจะเป็นมักเน่ที่ทำตัวเด็กที่สุด ผมก็กลายเป็นเงียบขึ้นและพูดเสียงต่ำต่อหน้าคนอื่นโดยไม่รู้ตัวเวลาอยู่กับพวกฮยองและทำงานแบบแมนๆน่ะครับ
Q: คงจะจริงที่การแสดงแบบลูกผู้ชายแข็งแรงจะมีอิทธิพลกับคุณ
เซโล่: ผมก็คิดแบบนั้นครับ มีอิทธิพลกับผมมากเลย
ฮิมชาน: แต่เขาทำตัวเป็นมักเน่มากขึ้นเวลาอยู่ตามลำพังด้วยกันนะครับ แต่ก่อนเขาจะเงียบๆเวลาอยู่กับเรา
แดฮยอน: เวลาเราขอให้เขาทำอะไรให้หน่อย เขาเคยแต่ทำโดยไม่พูดอะไร แต่เดี๋ยวนี้เขาจะถามว่า "ฮยองจะทำอะไรให้ผมถ้าผมทำตามที่บอก" พร้อมกับยิ้มอย่างสดใสแล้วก็แกล้งแหย่เล่น
ทุกคน: (หัวเราะ)
Q: ระหว่างการสัมภาษณ์นี้ เราคิดว่าเซโล่วัย18นี้มีความคิดอ่านที่ลึกซึ้งและเติบโตขึ้นอย่างดีทีเดียว ต้องขอบคุณพวกฮยองล่ะนะ แต่ว่าแม้แต่คนอายุมากที่สุดก็แค่24 อายุน้อยมากเลยนะ จำได้ว่าเมื่อเดือนเมษายนที่แล้ว ยงกุกทวีตว่า "ผมคิดว่าผมยังเด็กและยังมีเส้นทางที่ต้องไปอีกไกลกว่าจะที่พูดเกี่ยวกับวัยหนุ่มสาวผ่านทางดนตรีได้" และเพราะว่าเราได้ยินจากเซโล่เกี่ยวกับการเติบโตแล้ว มาถามคนอายุมากสุดดีกว่า อะไรคือวัยหนุ่มสาว?
ยงกุก: พูดถึงวัยหนุ่มสาวที่ผมกำลังคิดอยู่ตอนนี้หรือเปล่าครับ? ผมไม่รู้จริงๆนะ ตอนที่ผมนั้นผมกำลังจะแต่งเพลงเกี่ยวกับ "หนุ่งสามในวัย20" แต่ผมเลิกไปแล้ว (หัวเราะ) หลังจากแต่งแล้วผมรู้สึกว่ามันเหมือนมาจากหนัง ไม่ใช่ชีวิตของผม ผมเลยเลิกทำ มันกว้างเกินไปแล้วก็เป็นคอนเซ็ปต์ที่ใหญ่สำหรับผมที่จะพูดถึง และเพราะผมคิดว่าผมยังเป็นหนุ่มพยายามที่จะเป็นหนุ่มสาววัย20 แทนที่จะเป็นหนุ่มสาววัย20จริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าวัยหนุ่มสาวเป็นยังไง ผมคิดว่าผมเด็กเกินไปที่จะบอกว่าจริงๆแล้ววัยหนุ่มเป็นอย่างไรครับ
Q: ฉันคิดว่าคุณจะให้นิยามเรื่องนี้ได้ก็เมื่อคุณอยู่ในวัย30และนึกย้อนถึงวันเก่าๆนะ
ยงกุก: ใช่แล้วครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้นเลย ผมคงไม่มีวันรู้ได้จนกว่าเวลาจะผ่านไปแล้ว (หัวเราะ)
©bapyessir.com #Danbi (English) | ©bapyessir.com #Cho (Thai)
©tenasia.co.kr
เราได้พบกับB.A.Pใน 10Asia magazine '10+Star' ก่อนที่พวกเขาจะเดบิวท์ที่ญี่ปุ่น พวกเขาไม่ค่อยได้นอนและดูเหนื่อยล้ากัน.. ต้องขอบคุณมากๆที่ได้ทำเต็มที่ระหว่างการสัมภาษณ์และถ่ายภาพ เรารู้สึกประทับใจในความจริงใจและภาพลักษณ์ที่มีพลังงานล้นเหลือของพวกเขา (หัวเราะ) ขณะที่พักเบรคจากภาพลักษณ์เถื่อน/แข็งแรงบนเวที เราก็ได้รู้เรื่องราวของB.A.Pที่ผ่อนคลายในช่วงพักยามบ่าย "ว้าว สวยจัง น่ารักจัง" (ใช่แล้ว เราพูดแบบนี้กับB.A.P!) ระหว่างนั้นเราก็หยิบมือถือขึ้นมาอย่างติดเป็นนิสัยแล้วก็ถ่ายรูปไว้ (น่ากลัวจังที่มันกลายเป็นนิสัยไปแล้ว) เราถ่ายภาพด้วยแอปถ่ายรูปที่ทำให้รูปเหมือนแต่งในโฟโต้ช็อป (ฮึกฮึก) เราได้ถ่ายรูปเบื้องหลังเมื่อไหร่กันล่ะ และเพราะเป็นเซโล่ผู้น่ารัก วันเกิดของจุนฮง เราจะลงรูปแล้วก็ไปละนะ ช่วยคอยดูหนังสือฉบับเดือนพฤศจิกายนด้วย #BAP
© bapyessir.com #Jinna (English) | © bapyessir.com #Cho (Thai)













No comments:
Post a Comment